moralmedias.net
moralmedias-2013-white-230.jpg
Main Menu
Home
Video Archive
Contact Us
Film School
โครงงานคุณธรรมฯ
what we do ?

  

YouTube
YouTube
MPAY 9.2
mpay230.jpg
GMM
camp9gmm230.jpg
UNday of Vesak 2011
VESAK2011
2 Wheels Story
BKK Motorshow 2011
ค่ายถอดบทเรียน ๑๗-๑๘ มีค ๒๕๕๔
Search
Home arrow Film School arrow การจัดแสง arrow การจัดแสงในงานภาพยนตร์ ตอนที่ ๒
การจัดแสงในงานภาพยนตร์ ตอนที่ ๒ Print E-mail

การกำหนดเรียกทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง (Light Source Directionality)


 

แสงอาจจะมาจากหลายตำแหน่งสัมพันธ์กับตำแหน่งตัวแสดง, ด้านหน้า (0 องศา), ด้านข้าง (90 องศา), หลัง (180 องศา) หรือตำแหน่งต่างๆระหว่างนั้นก็ได้ ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง (Light Source Directionality) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่ามุมของแสงตกกระทบ นั้นหมายถึงทิศทางและมุมของแสงจากโคมไฟเมื่ออ้างอิงโดยใช้ตำแหน่งและทิศทางของแนวกล้อง-ตัวแสดงเป็นหลัก

ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพื้นที่เงาในเฟรมภาพ เงาที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงเปลี่ยนตำแหน่งไปจากด้านหน้าไปยังด้านหลังของตัวแสดง นั่นจะหมายถึงอารมณ์ของภาพย่อมเปลี่ยนตามไปด้วย (ดูจากภาพที่ 1.1 และ 1.3)

ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงหลัก(หรือที่เรียกว่า key light) จะมีผลอย่างมากต่อตัวแบบที่เรากำลังทำการบันทึกภาพ โดยเพาะยิ่งถ้าตัวแบบนั้นเป็นวัตถุรูปร่างไม่คุ้นตา (ดูภาพที่ 1.4) ไฟหน้าที่ส่องตรงไปยังตัวแสดงโดยตรงจะช่วยลดเงาและรายละเอียดบนพื้นผิวที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ภาพที่ได้ดูแบนและทำให้ตัวแบบขาดมิติชัดลึกตามความเป็นจริง ไฟข้างจะทำให้เกิดเงาและรายละเอียดบนพื้นผิวตัวแบบและทำให้เกิดมิติลึกขึ้นดูเป็นวัตถุสามมิติ

Image a
Image b
Image c
Image d

ภาพที่ 1.4 ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง ส่งผลกระทบอย่างสำคัญกับภาพที่เกิดขึ้นของตัวแบบ
ก้อนหินได้รับแสงแบบนุ่มจากทางด้านหน้า (a และ c) และไฟข้างแบบแสงกระด้าง (b และ d) ซึ่งแสดงให้เราเห็นความสำคัญของทิศทางของแสง ที่มีต่อการสร้างภาพวัตถุให้มีมิติ

เพื่อที่จะสร้างภาพขึ้นมาใหม่บนแผ่นฟิล์มจากความจริงที่อยู่ตรงหน้าและให้แสงที่มีความสมจริง ผู้กำกับภาพจะต้องใช้ประโยชน์จากแหล่งแสงที่มีอยู่แล้วในโลเกชัน(Motivated lighting)ให้เป็น แหล่งแสงจริงในโลเกชันหมายถึงแหล่งกำเนิดแสงที่มีอยู่แล้วก่อนเริ่มถ่ายทำโดยที่ไม่ได้มีการจัดขึ้น เช่นหน้าต่าง, โคมไฟตั้งโต๊ะ, ไฟเพดาน การใช้ประโยชน์จากแหล่งแสงประเภทนี้จะต้องดำเนินการถ่ายทำไปตลอดฉากนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าสถานที่ถ่ายทำใดก็ตามที่ไม่มีแหล่งแสงที่มีอยู้แล้ว ผู้กำกับภาพก็จะสร้างมันขึ้นมาเองราวกับว่ามันเกิดมาจากแหล่งกำเนิดแสงนอกเฟรมภาพ (ดูภาพที่ 1.5)

Image a
Image b
Image c

ภาพที่ 1.5 แหล่งกำเนิดแสงที่มีอยู่แล้วในฉาก (Motivated lighting)
ถึงแม้ไม่เห็นต้นกำเนิดแสงในเฟรมภาพ กระนั้นก็ตามแสงจากหน้าต่างทั้งซ้ายและขวา ก็เป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีอยู่แล้วในฉาก (a และ b) ตามลำดับ ในภาพ c เราเข้าใจกันอยู่แล้วว่าไฟบนเวทีมวย จะต้องส่องตรงลงมาจากเพดาน

ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงยังส่งผลกระทบสำคัญไปถึงความอิ่มตัวของสี ความอิ่มตัวของสีสูงสุดได้จากไฟหน้า สีจะมีความอิ่มตัวต่ำสุดจากไฟหลัง (back light)

เงา (Shadows)
ผู้กำกับภาพบางคนถึงกับกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในภาพคือส่วนที่เป็นเงา ซึ่งอันนี้หมายความไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างแสงและเงานั่นเอง เงาแบ่งได้เป็นสองประเภทคือ เงาที่เกิดจากแสงไฟ (cast shadow) และเงาที่เกิดจากการไม่ได้รับแสงสว่าง (bogus shadow) อย่างหลังนี่ไม่ได้เป็นเงาที่เกิดจากวัตถุบังแสง แต่เป็นเงาที่เกิดจากการไม่ได้รับแสง เงาทั้งสองแบบเป็นเรื่องของการไล่โทน และมีผลอย่างมากต่อการสร้างอารมณ์และบรรยากาศของภาพให้ได้ตามที่ต้องการ

การเปลี่ยนตำแหน่งของไฟในแนวดิ่ง (สูง-ต่ำ) มีผลโดยตรงต่อรูปร่างของเงา ซึ่งสามารถสังเกตได้จากภาพที่ 1.6 การควบคุมค่าความเข้มของเงานั้นเราต้องให้แสงสว่างแก่เงาที่เกิดขึ้นตามอัตราส่วน เราเรียกไฟนี้ว่าไฟเสริม (ดูภาพที่ 1.7)

เงามีผลอย่างมากต่อการขับเน้นรายละเอียดบนพื้นผิว เพื่อที่จะได้รายละเอียดบนพื้นผิวของตัวแบบมากที่สุด เราต้องใช้ไฟข้าง ไฟข้างทำให้เกิดเงายาวซึ่งจะทำให้รายละเอียดบนพื้นผิวปรากฎขึ้นมา (ดูภาพที่ 1.8) แต่ถ้าจะลดรายละเอียดของพื้นผิวของภาพก็ต้องใช้ไฟหน้าเพราะมันไม่ก่อให้เกิดเงา (ดูภาพที่ 1.4)

Image a
Image b
Image c

ภาพที่ 1.6 ผลของการเปลี่ยนระดับสูง-ต่ำของแหล่งกำเนิดแสงต่อขนาดของเงา
แจกันนี้ถูกฉายด้วยแสงไฟจากทางด้านหลังที่ปรับระดับในแนวตั้ง ตั้งแต่ 70 องศา(แนวตั้ง) (a), 45 องศา (b), และ20 องศา (c), ผลของแสงที่เกิดกับวัตถุจะให้อารมณ์เชิงดรามาได้มากที่สุดที่มุม 45 องศาซึ่งให้ขนาดของเงาตกกระทบเท่ากับตัววัตถุ

Image a
ภาพที่ 1.7 แสงเสริม (Fill light)
เงาภาพใต้ปีกหมวกของตัวแสดง ถูกฉายด้วยแสงนุ่มจากทางด้านหน้า แสงเสริมนี้ได้สร้างประกายตา (Eyelights) ซึ่งทำให้ใบหน้าตัวแสดงมีชีวิตชีวามากขึ้น

Image a
Image b

ภาพที่ 1.8 ไฟข้าง (Side light)
ไฟข้างมีคุณสมบัติในการขับเน้น รายละเอียดพื้นผิวของตัวแบบ

สรุปบทที่ 1


1. หัวใจของการจัดแสงของผู้กำกับภาพคือการสร้างอารมณ์และจุดเด่นของภาพขึ้นมาด้วยหลักการพื้นฐาน 3 ประการสำหรับการจัดแสงก็คือ คุณภาพของแสง(นุ่ม-กระด้าง), ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง และเงา ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้จะเป็นองค์ประกอบในการสร้างแสง-เงา, และความอิ่มตัวของสี (ที่ไล่ลำดับโทนจากขาว-เทา-ดำ)

2. คุณภาพของแสง(นุ่ม-กระด้าง), ทิศทางของแหล่งกำเนิดแสง และเงา เกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง ปรับเปลี่ยนตัวใดตัวหนึ่งจะส่งผลต่อตัวอื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนคุณภาพของแสงจะทำให้อารมณ์ที่เกิดจากเงาเปลี่ยนไป การเปลี่ยนทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงก็จะทำให้รูปทรงและทิศทางของเงาเปลี่ยนไป

 


แหล่งข้อมูล : www.thaishortfilm.com

Image
Image
Image
Image
Image
Who's Online
We have 19 guests online